หน้าแรก บทความ บทความทั่วไป การบริหารการศึกษาเพื่ออนาคตที่สดใสของเด็กไทย

PostHeaderIcon การบริหารการศึกษาเพื่ออนาคตที่สดใสของเด็กไทย

การพัฒนาประเทศในระยะที่ผ่านมาว่ามีความผิดพลาดมาตลอด เป็นการมุ่งพัฒนาความทันสมัยทางวัตถุมากกว่าจะยึดหลักการพัฒนาคนเป็นหลัก เป็นการพัฒนาที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางมากกว่าจะกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นภูมิภาคส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ภายในประเทศพึ่งพาตนเองไม่ได้และสิ้นเนื้อประดาตัวลง การศึกษาก็เป็นเครื่องมือการพัฒนาประเทศเรื่อยมาที่ส่งผลผลักดันให้หมู่บ้านร้างเร็วขึ้น ชุมชนแตกสลายมากขึ้น กลายเป็นคนเมือง เป็นคนของรัฐและเป็นข้าราชการ ดังนั้น หนทางแก้ปัญหาดังกล่าวคือการกระทำที่ต้องกลับหัวกลับหางกับการพัฒนาในปัจจุบัน โดยจะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาคนเป็นสำคัญ และกระจายอำนาจที่เป็นจริงแก่ประชาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดวิถีชีวิตและการพัฒนาของชุมชน

คำว่า “การกระจายอำนาจ” (Decentralization) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของอำนาจและการควบคุมจากศูนย์กลางไปยังส่วนปลาย เป็นการปรับเปลี่ยนอำนาจและความรับผิดชอบจากส่วนกลางไปยังกลุ่มวิชาชีพใน ชุมชน (Chapman and others. 1996: 138,175 อ้างอิงจากรุ่งชัชดาพร เวหะชาติ . ม.ป.ด.) ในทางการศึกษา “การกระจายอำนาจทางการบริหารและการจัดการศึกษา” หมายถึง การถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบและการตัดสินใจจากส่วนกลางหรือศูนย์รวมอำนาจไปสู่ส่วน ต่าง ๆ ขององค์กรโดยให้ทุกส่วนขององค์กรได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การบริหารและกระบวนการทางกฎหมายที่จะมอบอำนาจขั้นต้นและความรับผิดชอบให้แก่ท้องถิ่นในการตัดสินใจเกี่ยวกับ การบริหารสถานศึกษาทั้ง 4 โครงสร้างงานสถานศึกษาตั้งแต่การบริหารงานวิชาการ งานบุคลากร งานงบประมาณ และงานบริหารทั่วไป เพื่อให้สถานศึกษาและชุมชนมีอิสระในการบริหารจัดการศึกษา


วิธีการกระจายอำนาจการบริหารสถานศึกษา

การกระจายอำนาจถูกนิยามว่าเป็นการโยกย้ายอำนาจในการตัดสินใจ 4 ระดับ คือ การกระจายกำลัง (deconcentration) การให้เป็นตัวแทน (delegation) การมอบอำนาจหน้าที่ให้กระทำแทน (devolution) และการแปรรูปให้เป็นเอกชน (privatization) (Rondinelli et al. : 1984) โดยมีวิธีการกระจายอำนาจ ดังนี้


1. การปฏิรูปแบบการกระจายกำลัง(deconcentration
) เป็นการแผ่อำนาจของส่วนกลางโดยจะไม่มีการโยกย้ายอำนาจไปสู่ฝ่ายอื่น เป็นการลดอำนาจการตัดสินใจในเมืองหลวง การปฏิรูปการกระจายอำนาจเพื่อการดำเนินงานตามกฎระเบียบแต่ไม่ใช่เป็นการสร้างกฎระเบียบขึ้นใหม่
2. การให้เป็นตัวแทน (delegation) ในบางประเทศได้แต่งตั้งผู้แทน ของรัฐมนตรีให้มีอำนาจจัดการศึกษาแก่ประชาชนในแต่ละเขตหรือแต่ละจังหวัด การดำเนินการเช่นนี้ถือเป็นขั้นแรกในการปฏิรูปการกระจายอำนาจในประเทศเม็กซิโก ซึ่งได้ดำเนินการใน ค.ศ.19793. การมอบหมายหน้าที่ให้กระทำแทน(devolution) เป็นการมอบหมายบางสิ่งบางอย่างให้แก่องค์กรกลับไปทำ คำนี้มักจะถูกใช้โดยผู้ที่เรียกร้องให้มีกาถ่ายโอนยังหน่วยงานการปกครองในท้องถิ่นให้มากขึ้น
4. การแปรรูปให้เป็นเอกชน (privatization) เป็นการให้เอกชนดำเนินการแทนเหมือนกับโรงเรียนเอกชนทั่วไป


(รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ. ภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ)


การกระจายอำนาจทางการบริหารการศึกษาสู่ท้องถิ่น มีเป้าหมายหลักในการมุ่งลดบทบาทของรัฐในส่วนกลางให้เหลือแต่ภารกิจหลักที่ต้องทำเท่าที่จำเป็น และเพิ่มบทบาทให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าดำเนินการแทน โดยให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 2542 ได้กำหนดว่าการบริหารและการจัดการศึกษาของรัฐแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือระดับกระทรวง ระดับเขตพื้นที่การศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับสถานศึกษา (วารสารเส้นทางปฏิรูปการศึกษาไทย .(2542).ปีที่ 1 ฉบับที่ 3) ดังนั้นความสัมพันธ์ของส่วนกลาง(กระทรวง) กับส่วนภูมิภาค(เขตพื้นที่การศึกษา,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,สถานศึกษา)จะแบ่งบทบาทและหน้าที่ในการดำเนินงานทางการจัดการศึกษาอย่างชัดเจน ดังนี้

กระทรวง(ส่วนกลาง)มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการศึกษาทุกระดับทุกประเภทกำหนดนโยบายแผน ตลอดจนมาตรฐานการศึกษาสนับสนุนตรวจสอบติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษา
เขตพื้นที่การศึกษา รับแนวทางในการกระจายอำนาจด้านการบริหารการจัดการศึกษาทั้งในด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารบุคคล การบริหารงานทั่วไป
องค์กรบริหารการปกครองท้องถิ่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาทุกระดับตามความพร้อม เพื่อให้สถานศึกษาได้จัดการศึกษาตรงความเหมาะสม และความต้องการของผู้เรียน

แนวคิดการบริหารโดยยึดถือโรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management) เป็นการบริหารแบบกระจายอำนาจ โดยยึดหน่วยปฏิบัติหรือสถานศึกษาเป็นสำคัญ หรือเป็นฐาน หรือตัวตั้ง โดยมีการกระจายอำนาจการบริหารจากส่วนกลางไปยังโรงเรียนหรือสถานศึกษาให้โรงเรียนหรือสถานศึกษามีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ มีความอิสระคล่องตัวในการบริหารจัดการ ทั้งด้านวิชาการ ด้านงบประมาณด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป สิ่งสำคัญในกระบวนการบริหารจัดการโรงเรียนแนวนี้ที่เด่นชัด คือ ระบบการทำงานแบบมีส่วนร่วม ที่ยึดบทบาทของผู้มีส่วนร่วมเป็นแบบหุ้นส่วน หรือเป็นผู้ร่วมหุ้น (Partner) ที่มาจากตัวแทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนศิษย์เก่าของสถานศึกษา ผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ หรือผู้แทนองค์กรศาสนาในพื้นที่และผู้ทรงคุณวุฒิ
หลักแนวคิดของการบริหารโดยยึดถือโรงเรียนเป็นฐาน การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนี้ จะถือว่าเป็นนวัตกรรมการบริหารโรงเรียนก็ว่าได้ โดยทุกโรงเรียนจะต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานเดียวกันคือ

1.หลักการกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษา
2.หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม
3.หลักการคืนอำนาจให้ประชาชน
4.หลักการบริหารโดยสถานศึกษาเอง
5.หลักการมีภาวะผู้นำแบบเกื้อหนุน
6.มีการพัฒนาทั้งระบบ
7.การบริหารสามารถตรวจสอบได้

ดังนั้น การบริหารการศึกษาของไทย จึงควรนำหลักการบริหารโดยยึดถือโรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management) เพื่อให้กระจายอำนาจทางการศึกษาสู่ท้องถิ่น ซึ่งจะนำสู่การพัฒนาคุณภาพทั้งระบบของการศึกษาไทย ซึ่งส่วนกลางจำเป็นต้องยอมรับในการถูกลดบทบาทลง โดยนึกถึงผลประโยชน์ในภาพรวมที่จะเกิดขึ้นของการศึกษาในประเทศ และต้องมีการควบคุม มีมาตรฐานที่ชัดเจนและเด็ดขาด แต่ทั้งนี้การจะนำแนวคิดหรือหลักการบริหารรูปแบบนี้ไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จ หน่วยงานท้องถิ่นที่ได้รับมอบสิทธิในการดำเนิน และเป็นผู้ปฏิบัติ ต้องสร้างความตระหนักและความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะระดับผู้บริหารโรงเรียนต้องเข้าใจในบทบาทของตนเองว่า ไม่ใช่เป็นเจ้าของกิจการโรงเรียนเอง ต้องอาศัยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ได้มีส่วนร่วมในทุกเรื่องราวให้มากที่สุด นอกจากนั้นต้องพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรเพื่อให้เกิดความเข้าใจในระบบการบริหารแบบใหม่นี้ เพื่อสร้างความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องไม่ให้เกิดผลเสียหรือข้อผิดพลาดตามมา ตลอดจนจำเป็นต้องวิเคราะห์ปัจจัยทั้งภายใน/ภายนอก/จุดแข็ง/จุดอ่อนของสถานศึกษาแล้วนำมากำหนดเป็นวิสัยทัศน์/พันธกิจ/เป้าหมาย ทั้งนี้ต้องเน้นคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ และการกำหนดหลักสูตรต้องเป็นไป เพื่อการนำไปใช้ได้ในสภาพจริงเป็นหลักสูตรที่สะท้อนความต้องการของท้องถิ่นอย่างแท้จริง และควรจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบันอันจะนำมาซึ่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย

อ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ.(2545). กระจายอำนาจทางการศึกษา ทำไม เมื่อใด อะไร และทำอย่างไร.
กรุงเทพมหานคร . กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ : พิมพ์ครั้งที่ 1
บทความของ ดร. รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ. ภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยทักษิณ.(ม.ป.ด.)
วารสารเส้นทางปฏิรูปการศึกษาไทย .(2542).ปีที่ 1 ฉบับที่ 3




แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 07 กรกฏาคม 2553 เวลา 21:07 น.)

 

คอมเมนต์  

 
#2 KEN 2556-10-04 05:10
เฮ้อ ว้าเหว้ครับ การศึกษาไทยยุคน ี้ เรียกได้ว่าแทบส ิ้นหวังจริงๆครั บ พี่น้องเอ๋ย ยุคนี้ คุณครูยังไม่ได้ เรื่องเลย


รับทำวีซ่าอเมริกา รับทำวีซ่าอินเดีย รับทำวีซ่าจีน รับทำวีซ่าพม่า
 
 
#1 123 2554-08-08 20:08
สนับสนุนกันเข้า ไปกับผู้ต้องขัง คนข้างนอกจะอดตา ยแล้ว