หน้าแรก บทความ บทความทั่วไป ระบบราชการไทย: ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน.....จริงหรือ?

PostHeaderIcon ระบบราชการไทย: ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน.....จริงหรือ?

คำกล่าวที่ว่าระบบราชการไทยยึดถือระบบอุปถัมภ์ ทำให้ข้าราชการมีพฤติกรรมที่จะต้องมีข้ากับเจ้า นายกับบ่าว ผู้น้อยกับผู้ใหญ่ ผู้ตามกับผู้นำ ผู้ถูกอุปกรณ์กับผู้อุปถัมภ์ อันนำไปสู่การเกิดระบบเส้นสายขึ้นในวงราชการ จนเกิดคำกล่าวว่า “ค่าของคนมิได้อยู่ที่ผลของงาน” และ “ค่าของคนอยู่ที่ว่าเป็นคนของใคร” ทำให้ขาดความความรับผิดชอบและเอาใจใส่ต่อการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง ทำงานไปวันๆตามความพอใจ การนำระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักคุณธรรม (Merit-System) มาใช้จะมีประสิทธิผลมากน้อยแค่ไหนกับสภาพดังกล่าว

สังคมไทยมีรากเหง้าทางวัฒนธรรมระบบราชการที่บิดเบี้ยว ความทรงอำนาจของระบบอุปถัมภ์ การเล่นพรรคเล่นพวก โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่ติดตามมาเป็นทวีคูณ ต่อความมีประสิทธิภาพและความอยู่รอดขององค์กร ปัญหาของระบบราชการที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มีวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นรูปแบบเฉพาะแต่ละหน่วยงาน ซึ่งในบ้างหน่วยงานยากแก่การหยั่งถึง และไม่สามารถเปิดเผยได้ ในปี 2546 ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 โดยใช้หลักธรรมาภิบาลเข้ามาใช้เป็นกรอบฐานแนวคิดในการดำเนินงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีองค์ประกอบที่สำคัญ 6 ประการดังนี้


1. หลักนิติธรรม คือ การตรากฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับและกติกาต่าง ๆ ให้ทันสมัยและเป็นธรรม ตลอดจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและสมาชิก
2. หลักคุณธรรม คือ การยึดถือและเชื่อมั่นในความถูกต้องดีงาม ได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริตความเสียสละ ความอดทนขยันหมั่นเพียร ความมีระเบียบวินัย เป็นต้น
3.หลักความโปร่งใส คือการทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมาและสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ช่วยให้การทำงานของภาครัฐและภาคเอกชนปลอดจากการทุจริตคอรัปชั่น
4. หลักความมีส่วนร่วม คือ การทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ และร่วมเสนอความเห็นในการตัดสินใจสำคัญ ๆ ของสังคม โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีช่องทางในการเข้ามามีส่วนร่วมจะช่วยให้เกิดความสามัคคีและความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและธุรกิจเอกชน
5. หลักความรับผิดชอบ ผู้บริหาร ตลอดจนคณะข้าราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ต้องตั้งใจปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่อย่างดียิ่ง โดยมุ่งให้บริการแก่ผู้มารับบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีความรับผิดชอบต่อความบกพร่องในหน้าที่การงานที่ตนรับผิดชอบอยู่ และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ทันท่วงที
6. หลักความคุ้มค่า การบริหารจัดการจำเป็นจะต้องยึดหลักความประหยัดและความคุ้มค่า ซึ่งจำเป็นจะต้องตั้งจุดมุ่งหมายไปที่ผู้รับบริการหรือประชาชนโดยส่วนรวม

ซึ่งหลักทั้ง 6 ประการในภาคของการปฏิบัติระบบราชการไทย ยังไม่สามารถดำเนินการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน คำว่าปรับเปลี่ยนกับระบบราชการไทยสามารถใช้ได้เพียงหลักแนวคิด และความฉาบฉวยให้เห็นในภาคปฏิบัติ แต่สิ่งที่แอบแฝงและฝังรากลึกเกินที่จะขุดรากถอนโค่นคือ ระบบอุปถัมภ์ การพิจารณาผลงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกระทำ ความคิดสร้างสรรค์ หรือแรงใจแรงกาย ความตั้งใจในการทำงานใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าเป็นคนของใคร คำที่ว่า “ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร” นั้นสามารถใช้ได้ดีกับระบบราชการไทย และตราบใดที่ยังเป็นเช่นนี้การหยั่งรากลึกของระบบอุปถัมภ์ ก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องและขยายฐานอำนาจให้กว้างขวางสืบต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ได้มีการนำเสนอลักษณะการประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักคุณธรรม (Merit system) มาใช้โดยให้ยึดหลักการประเมินด้วยความถูกต้องดีงาม มุ่งไปที่ผลสัมฤทธิ์ในการทำงานของแต่ละบุคคล ว่ามีความเสียสละ ความอดทนขยันหมั่นเพียร ในการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จหรือไม่ ซึ่งพิจารณาว่าจะเป็นแนวทางที่ดีอย่างมาก แต่อย่างที่ได้วิพากษ์ให้เห็นแล้ว ในทางปฏิบัติของระบบราชการไทยยังมีความแอบแฝงของระบบอุปถัมภ์อยู่ กรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับระบบราชการไทยตามกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ มีปรากฏให้เห็นเด่นชัดอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาประเทศตามหลักการใดๆ ก็ยังเป็นเสือกระดาษที่สวยหรู แต่ในทางปฏิบัติคำว่า “ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร” ยังเป็นหลักที่ยึดถือกันอย่างเหนี่ยวแน่น ยากที่จะลบล้างให้หมดไปจากระบบราชการไทย


แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 08 กรกฏาคม 2553 เวลา 13:07 น.)

 

คอมเมนต์  

 
#2 Sindy.Mini 2554-02-03 18:02
กด like 1oo ครั้ง
 
 
#1 tanwutta 2553-07-08 10:07
กลอนปิดท้าย....เป็นแนวทางการคิ ดบวกที่ดีมากๆๆๆ