ย้อนอดีต –ประวัติการฝึกวิชาชีพและนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์

ในสมัยโบราณ การใช้แรงงานนักโทษถือเป็นการลงโทษอย่างหนึ่ง ซึ่งใช้ควบคู่กันไปกับโทษจำคุก ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้มีการเอานักโทษออกมาทำงานโยธาภายนอกเรือนจำทำถนนหลวง ทำความสะอาดสถานที่ราชการ ต่อเรือสำเภา ต่อเรือรบ เลื่อยไม้กระดาน ก่อสร้างซ่อมแซมสถานที่ราชการ …

 

ประวัติการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังและการจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์

 

ในสมัยโบราณ การใช้แรงงานนักโทษถือเป็นการลงโทษอย่างหนึ่ง ซึ่งใช้ควบคู่กันไปกับโทษจำคุก ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้มีการเอานักโทษออกมาทำงานโยธาภายนอกเรือนจำทำถนนหลวง ทำความสะอาดสถานที่ราชการ ต่อเรือสำเภา ต่อเรือรบ เลื่อยไม้กระดาน ก่อสร้างซ่อมแซมสถานที่ราชการ ซึ่งเรียกว่าใช้ทำราชการเมือง การใช้แรงงานนักโทษสมัยนั้นเป็น ประโยชน์ต่อราชการแผ่นดิน…

 

          ต่อมาในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ การใช้แรงงานนักโทษเป็นไปเพื่อประโยชน์ราชการ แผ่นดินเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่ผลประโยชน์จะตกอยู่แก่เจ้าพนักงานผู้ควบคุม และเจ้าขุนมูลนาย ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาคุกตะรางทั้งสิ้น เพราะในสมัยนั้นเจ้าพนักงานผู้ควบคุมคุกนั้น ไม่ได้รับพระราชทานเงินเดือนเบี้ยหวัด

 

 

 

           ครั้นต่อมาถึงรัตนโกสินทร์ศก 108  พระบาทสมเด็จพระลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริห์ ให้สร้างคุกและตะรางขึ้นใหม่เพื่อรวบรวมคุกและตะรางมาไว้ ณ ที่แห่งเดียวกันกรมพระนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกรมพระนครบาลในขณะนั้น ได้ทรงมีแนวความคิดที่จะปฏิรูปการใช้แรงงานนักโทษให้เป็นประโยชน์ต่อราชการแผ่นดิน ทั้งนี้โดยมีพระดำริห์เห็นว่าการคุมขัง อย่างเดิม มักเป็นช่องให้ผู้คุมกระทำการกดขี่ ข่มเหง นักโทษโดยทางผิดยุติธรรมต่าง ๆ เพราะพระราชบัญญัติการคุมขังนั้นยังไม่มี และนักโทษที่ต้องคุมขังเหล่านี้ไม่ได้มีการฝึกสอนกิริยาที่จะให้ประพฤติตน เป็นคนมีกิริยาดีต่อไป และทั้งไม่มีการให้วิชาความรู้สำหรับตัว เมื่อพ้นโทษไปแล้วจะได้เป็นวิชาสำหรับทำมาหากินเลี้ยงชีวิตต่อไปด้วย และการที่นักโทษทำการต่างๆ ทุกวันนี้ มักจะเป็นประโยชน์ต่อผู้คุมเสียเป็นอันมาก ไม่ได้เป็นการเกื้อหนุนประโยชน์แผ่นดิน จะจัดให้เป็นของแผ่นดินเสียทั้งสิ้น และนักโทษก็มิให้เสียค่าธรรมเนียม กลับจะให้ได้รับพระราชทานความรู้ให้เป็นผล ให้เป็นประโยชน์ ฝ่ายเจ้าพนักงานนั้นไม่มีทางได้รับพระราชทานผลประโยชน์อันใดแต่การนักโทษ จึงคิดจัดให้มีเงินเดือน เป็นกำลังรับราชการให้พอสมควรแก่หน้าที่ และนักโทษจะได้รับพระราชทานการเลี้ยงดูอาหาร ข้าวปลา การนุ่งห่ม โดยมิต้องให้ญาติพี่น้องติดตามมาส่ง หรือทำงานด้วยฝีมือเป็นลำไพ่เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างที่ต้องพระราชอาญาจำคุก ทรงดำริห์ที่จะสร้างโรงงานเพื่อให้นักโทษได้ทำงานช่างฝีมือต่างๆ และการเลื่อยไม้ขึ้นในคุก และตะรางที่สร้างใหม่ โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต รื้อเอาเครื่องไม้ที่คุกเก่า (คุกหน้าวัดโพธิ์) และศาลาหน้าหับเผย ไปทำโรงงานในคุกและตะรางให้เป็นประโยชน์ เมื่อสร้างคุกใหม่เรือนจำกองมหันตโทษเสร็จแล้ว ภายในคุกจึงมีโรงงานฝึกวิชาชีพช่างไม้ ช่างเหล็ก ช่างกลึง และช่างสิบหมู่

 

          ในปีรัตนโกสินทร์ศก 109 ได้มีการย้ายนักโทษจากคุกเก่ามาไว้คุกใหม่ จำนวน 200 คน และนักโทษช่างอีก 9 คน ครั้นเมื่อถึงวันที่ 3 สิงหาคม รัตนโกสินทร์ ศก 110 กรมพระนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกรมพระนครบาลได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว และทูลเกล้าฯ ถวายสิ่งของที่ทำจากฝีมือนักโทษในคุกใหม่ดังคำกราบบังคมทูล ดังนี้

           "…การนักโทษทำงานที่คุกใหม่ ซึ่งพระอภัยพลภักดิ์ ได้ให้จัดทำสิ่งของขึ้นขายเพื่อให้เป็นประโยชน์เงินขึ้นแผ่นดินสืบไปนั้น บัดนี้ ได้ทำสิ่งของที่ควรผู้ดีจะใช้ได้หลายสิ่ง ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายหวายเป็นตัวอย่างในครั้งนี้

          – ดุมเสื้อสานเป็นรูปตระกร้อทองคำ สำรับ 1

          – ทอง นาค เงิน สานขัดกัน สำรับ 1

          – เงิน สำรับ 1

          – เก้าอี้สำหรับเดินทาง เป็นอย่างสำหรับนั่งอ่านหนังสือ กระดาน ที่พนักหลังถอดออกมา ทางบนพนักเป็นโต๊ะได้ 2 เก้าอี้

          – เก้าอี้เล็กสำหรับนั่ง 12 เก้าอี้

          – ขันล้างหน้าลงหิน ที่ทำขึ้นสำหรับขายส่งไปเมืองลาว และต่างประเทศ มีอินเดีย และพม่า เป็นต้น…"

 

Home » ย้อนอดีต –ประวัติการฝึกวิชาชีพและนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์

Like this article?