บทความ

เป็นศูนย์กลางในการนำเสนอ เผยแพร่บทความทางวิชาการที่เป็นประโยชย์ต่อสาธารณชน โดยเน้นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังในด้านต่างๆ

ย้อนอดีต — ประวัติการฝึกวิชาชีพและนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์

ในสมัยโบราณ การใช้แรงงานนักโทษถือเป็นการลงโทษอย่างหนึ่ง ซึ่งใช้ควบคู่กันไปกับโทษจำคุก ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้มีการเอานักโทษออกมาทำงานโยธาภายนอกเรือนจำทำถนนหลวง ทำความสะอาดสถานที่ราชการ ต่อเรือสำเภา ต่อเรือรบ เลื่อยไม้กระดาน ก่อสร้างซ่อมแซมสถานที่ราชการ …

การรับจ้างแรงงานผู้ต้องขัง

          กรมราชทัณฑ์มีภารกิจที่สำคัญในการเสริมสร้างสังคมที่ดีมีคุณภาพ จึงไม่ใช่เพียงแต่การควบคุมดูแลบุคคลที่กระทำผิดเท่านั้น หากแต่มีภารกิจในการปรับและยกระดับคุณภาพของทรัพยากรบุคคลของสังคม ไม่ให้สร้างปัญหาและเป็นภาระของสังคม ดังนั้น กรมราชทัณฑ์จึงไม่ได้ควบคุมบุคคลผู้ซึ่งกระทำความผิดแต่อย่างเดียว ยังต้องแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยโดยให้ได้รับโอกาสในการศึกษาอบรมฝึกฝน ทักษะวิชาชีพทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และจัดหางานจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่ตลาดปัจจุบันต้องการเข้ามาให้ผู้ต้องขังได้ฝึกฝน จนเกิดความชำนาญ เช่น ตัดเย็บเสื้อผ้า ปักมุก ดอกไม้ประดิษฐ์ ถักแห–อวน ฯลฯ

แนวทางการพัฒนาเรือนจำเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับผู้ต้องขังวัยหนุ่ม

          แนวทางการพัฒนาเรือนจำเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ผู้ต้องขังวัยหนุ่ม มีการศึกษาสาระสำคัญ 4 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) หลักการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับผู้ต้องขัง 2) กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาพฤติกรรม 3) การจัดปัจจัยเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ 4) การประเมินผลการเรียนรู้และพัฒนาพฤติกรรม ผลการศึกษาเพื่อนำไปใช้พัฒนาการเรียนรู้ให้กับผู้ต้องขังวัยหนุ่มในภาพรวม ตลอดจนมุมมองในมิติต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางนำไปสู่การจัดตั้งเรือนจำเพื่อการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกรมราชทัณฑ์ ในการกำหนดนโยบายด้านการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เป็นลักษณะเฉพาะงานราชทัณฑ์ประเทศไทย และให้ผู้ต้องขังได้รับการพัฒนาขณะต้องโทษ สามารถกลับตนเป็นพลเมืองที่ดีคืนสู่สังคมใช้ชีวิตอย่างปกติสุข โดยไม่หวนกลับมากระทำความผิดซ้ำสร้างภาระให้กับสังคมอีกต่อไป ทั้งนี้หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงยุติธรรม เช่น กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมคุมประพฤติ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อจัดแหล่งเรียนรู้ให้กับเด็ก เยาวชนที่กระทำความผิดและผู้ที่ถูกคุมประพฤติ ….

ความเป็นมาการศึกษา มสธ.ของผู้ต้องขัง

  กรมราชทัณฑ์และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ร่วมกันจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาแก่ผู้ต้องขัง โดยมีมูลเหตุสืบเนื่องจากในปีพุทธศักราช 2527 ผู้ต้องขังคนหนึ่งที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวางชื่อว่า บันเทิง ชูชาติ ได้ให้ญาติของตนสมัครเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในสาขาวิชานิติศาสตร์ และแจ้งฐานะการเป็นนักศึกษาให้เรือนจำกลางบางขวางทราบพร้อมทั้งยื่นคำร้องต่อเรือนจำขอให้ตนได้มีโอกาสเข้าสอบไล่ในภาคการศึกษานั้น อดีตผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง(นายสวัสดิ์ สรรเสริญ)  ได้รายงานมายังกรมราชทัณฑ์เพื่อให้ประสานกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชในการพิจารณาหาแนวทางในการดำเนินการที่เหมาะสม 

อาชญากรกับทฤษฎีการประทับตรา

          ในสมัยโบราณบางยุค นักโทษที่จะพ้นโทษออกไป ต้องถูกสักที่หน้าผากหรือส่วนสำคัญของร่างกาย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงให้คนภายนอกรู้ว่า เขาเคยเป็นนักโทษหรืออาชญากรมาก่อน จะได้มีความระมัดระวัง ตระหนักถึงภัยที่จะมาถึงตัว นั่นคือการตีตราบาปหรือประทับตราในเชิงกายภาพแก่ผู้กระทำผิด ปัจจุบันแม้จะไม่มีการประทับตราแบบนี้หลงเหลืออยู่แล้ว แต่การประทับตราบาปลงบนจิตใจหรือความรู้สึกของผู้กระทำผิดก็ยังคงมีอยู่

          ทฤษฎีการประทับตรา (Labeling theory) เป็นแนวคิดหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อแนวทางการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการอาชญวิทยายุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้ว