เดือน: ธันวาคม 2011

อาชญากรกับทฤษฎีการประทับตรา

          ในสมัยโบราณบางยุค นักโทษที่จะพ้นโทษออกไป ต้องถูกสักที่หน้าผากหรือส่วนสำคัญของร่างกาย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงให้คนภายนอกรู้ว่า เขาเคยเป็นนักโทษหรืออาชญากรมาก่อน จะได้มีความระมัดระวัง ตระหนักถึงภัยที่จะมาถึงตัว นั่นคือการตีตราบาปหรือประทับตราในเชิงกายภาพแก่ผู้กระทำผิด ปัจจุบันแม้จะไม่มีการประทับตราแบบนี้หลงเหลืออยู่แล้ว แต่การประทับตราบาปลงบนจิตใจหรือความรู้สึกของผู้กระทำผิดก็ยังคงมีอยู่

          ทฤษฎีการประทับตรา (Labeling theory) เป็นแนวคิดหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อแนวทางการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการอาชญวิทยายุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้ว

โทษประหารชีวิต ยับยั้งอาชญกรรมได้จริงหรือไม่?

          โดยปกติ โทษอาญาที่ใช้ลงแก่ผู้กระทำผิดมี 5 ประการ คือการประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์สิน โทษประหารชีวิต ถือเป็นโทษสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ที่ถูกพิพากษา ต้องถูกทำให้เสียชีวิตตามวิธีที่กำหนดไว้ในกระบวนการยุติธรรม การลงโทษประหารชีวิตในอดีต จะมีอยู่หลายวิธี แล้วแต่ลักษณะความผิดที่กระทำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้คนเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้ากระทำความผิด เช่น การตัดศรีษะ การเผาทั้งเป็น การขุดหลุมฝังทั้งเป็น หรือการทรมานจนกว่าจะตายด้วยวิธีการอื่นๆ   ในปัจจุบัน ทั่้วโลกได้เปลี่ยนแปลงแนวคิดด้านการลงโทษ จากการลงโทษเพื่อเป็นการแก้แค้นแทนเหยื่อมาสู่การลงโทษเพื่อการระงับยับยั้งมิให้บุคคลนั้นก่ออาชญากรรมขั้นในสังคมได้อีก โทษประหารชีวิตจึงมุ่งเน้นวิธีการที่การทำให้ผู้ถูกลงโทษเสียชีวิตอย่างสงบ รวดเร็ว และดูไม่โหดร้ายเป็นหลัก การประหารชึวิตที่เป็นหลักในปัจจุบัน จึงมีอยู่ 5 วิธีด้วยกัน ได้แก่          

อธิการบดี มสธ.เข้าอวยพรปีใหม่

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2554 เวลา 09.00 น.  รศ.ดร.ปราณี สังขะตะวรรธน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และคณาจารย์ ได้เข้าอวยพรปีใหม่ พ.ต.อ. สุชาติ  วงศ์อน้นต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์…

สพน.ทำบุญปีใหม่

23 ธันวาคม 2554 ข้าราชการและลูกจ้างสำนักพัฒนาพฤตินิสัย ร่วมกันปฏิบัติสมาธิภาวนา  ทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เนื่องในเทศกาลปีใหม่  พร้อมทั้งกิจกรรมสันทนาการ (กีฬา) ในช่วงเย็น

สรุปผลการจัดงานผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ปี 2554

การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์และงานเทศกาล ประเพณีต่าง ๆ

  1. การจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ครั้งที่ 44 บริเวณสนามหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมระหว่างวันที่ 3 – 13 กุมภาพันธ์ 2554 มีเรือนจำ/ทัณฑสถานเข้าร่วมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ จำนวน 118 แห่ง มียอดการจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 50,415,108 บาท (ห้าสิบล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยแปดบาทถ้วน)
  2. การจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ภาคเหนือ ครั้งที่ 25 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ตลาดคำเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 12 – 22 พฤศจิกายน 2553 มีเรือนจำ/ทัณฑสถาน เข้าร่วมจำหน่ายผลิตภัณฑ์จำนวน 25 แห่ง มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,230,565 บาท (เก้าล้านสองแสนสามหมื่นห้าร้อยหกสิบห้าบาทถ้วน)
  1. การจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ภาคใต้ ครั้งที่ 22 ณ บริเวณสนามหน้าบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด(มหาชน) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 17 – 26 ธันวาคม 2553 มีเรือนจำ/ทัณฑสถานเข้าร่วมจำหน่ายผลิตภัณฑ์จำนวน 25 แห่ง มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,660,006 บาท (เก้าล้านหกแสนหกหมื่นหกบาทถ้วน)
  2. การจัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 8 บริเวณเวทีกลางสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 3 – 12 มิถุนายน 2554 มีเรือนจำ/ทัณฑสถานเข้าร่วมจำหน่ายผลิตภัณฑ์จำนวน 25 แห่ง มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,056,500 บาท (เก้าล้านห้าหมื่นหกพันห้าร้อยบาทถ้วน)
  3. การนำผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ไปแสดงและจำหน่ายในงานเทศกาลประเพณีต่าง ๆ ของจังหวัดหรือร่วมกับภาคเอกชน จำนวน 14 ครั้ง มียอดสินค้าที่นำไปจำหน่ายรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,086,745 บาท (สองล้านแปดหมื่นหกพันเจ็ดร้อยสี่สิบห้าบาทถ้วน)